หลังคาโพลีตัน

สำหรับหลังคาโพลีตันนั้นนับว่าเป็นอีกหนึ่งหลังคายอดนิยมที่ค่อนข้างได้รับกระแสการตอบรับที่ดีมากในปัจจุบัน เป็นหลังคาที่สร้างจากผงหรือเม็ดแบบพลาสติก (ใส) ที่ผ่านการนำมาขึ้นรูปด้วยแม่พิมพ์เฉพาะ นิยมใช้เพื่อทดแทนส่วนที่เป็นแก้วหรือกระจกหรือพลาสติกที่มีคุณภาพเกรดต่ำ ความกว้างของหลังคาประมาณ 0.5 ถึง 1 เมตร/แผ่น ความยาวประมาณ 6 เมตร/แผ่น มีความแข็งแรงมากกว่ากระจกถึง 250 เท่า และแข็งแรงมากกว่าแผ่นอะครีลิคถึง 20 เท่า สามารถนำไปดัดโค้งเป็นทรงต่างๆ ได้อย่างอิสระ

หลังคาโพลีตันสามารถแบ่งได้เป็น 2 รูปแบบ

1. หลังคาแบบตัน (RIGID)

  • หลังคาประเภทนี้เป็นหลังคาทรงตัน มีหลายขนาด เช่น 2.5 มิลลิเมตร และ 3 มิลลิเมตร เป็นต้น สามารถจำแนกได้ 2 แบบ คือ
    โพลีคาร์บอเนตแบบผิวเรียบ (Solid Sheet) หลังคาแบบนี้จะมีการเคลือบสารป้องกันรังสียูวีที่ตัวหลังคาทำให้สามารถทนต่อความร้อนได้เป็นอย่างดี แสงสามารถส่องผ่านได้ แสงที่ออกมาจะมีความใสอย่างเป็นธรรมชาติ ติดตั้งง่าย ทำความสะอาดง่าย ใช้ได้ทั้งภายในอาคารและภายนอกอาคาร
  • โพลีคาร์บอเนตแบบผิวส้ม (Embossed Sheet) หลังคาแบบนี้ในส่วนของผิวที่อยู่ทางด้านบนจะมีลักษณะเรียบ แต่ในส่วนด้านล่างจะขรุขระคล้ายกับผิวของเปลือกส้ม แบบนี้จะเหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการเพียงเพื่อการบังการมองเห็นที่เป็นแบบเฉพาะจุดหรือเฉพาะส่วน

2. หลังคาแบบลูกฟูก / แบบกลวง (CORRUGATED)

หลังคาประเภทนี้หากมองแบบผิวเผินแล้ว อาจจะดูแล้วคล้ายกับแผ่นฟิวเจอร์บอร์ด มีความหนาอยู่ที่ประมาณ 6 มิลลิเมตร แผ่นจะดูออกสไตล์โมเดิร์น บริเวณตรงกลางมีช่องว่าง เป็นแบบที่ค่อนข้างมีความยืดหยุ่นสูงมาก และที่สำคัญถ้าหากการติดตั้งทำได้ไม่ดีก็อาจจะเกิดปัญหาเรื่องของน้ำขังเกิดขึ้นได้ แตกง่าย และอาจเกิดตะไคร่เกิดขึ้นอยู่ภายในระหว่างแผ่น ดังนั้นแบบนี้จึงจำเป็นต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้มีประสบการณ์เฉพาะด้านเป็นผู้ติดตั้ง

ข้อดีและข้อเสียของหลังคาโพลีตัน

ข้อดี

  • มีความโปร่งแสง (แต่ไม่ได้โปร่งใส)
  • มีน้ำหนักค่อนข้างเบา แต่มีความแข็งแรงมาก สามารถทนต่อแรงกระแทกได้มากกว่ากระจกหลายเท่าตัว
  • มีความเหนียว (เหนียวกว่าแบบอะคริลิค 10-20 เท่า) ทำให้สามารถต้านการขีดข่วนใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี
  • สามารถป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลตได้ (สะท้อนรังสีได้สูงถึงเกือบ 100%) และสามารถทนต่อความร้อนได้สูงถึง 120 องศาเซลเซียส
  • โอกาสในการติดไฟค่อนข้างเป็นไปได้ยาก
  • สามารถนำไปดัดเป็นทรงอะไรก็ได้ตามที่ต้องการ โดยไม่ต้องใช้ความร้อน
  • ทนต่อสภาวะแวดล้อมได้เป็นอย่างดี และสามารถป้องกัน พร้อมทั้งเป็นฉนวนที่ไม่เป็นสื่อเหนี่ยวนำไฟฟ้า หรือกระแสไฟฟ้าใดๆ
  • สามารถนำมาใช้พัฒนาเป็นแผ่นประเภทกันความร้อนได้
  • มีความสวยงามสไตล์โมเดิร์น และมีสีให้เลือกมากมาย
  • ติดตั้งง่าย และใช้เวลาในการติดตั้งน้อยกว่าหลังคาแบบอื่น
  • เป็นวัสดุแบบโปร่งแสง จึงทำให้บริเวณที่มีการติดตั้งหลังคาประเภทนี้ดูโล่ง ดูกว้าง ดูสบายตา
  • เก็บความร้อนได้ต่ำจึงทำให้บรรยากาศไม่อบอ้าว
  • สามารถเก็บเสียงเวลาที่ฝนตกกระทบหลังคาได้ดีกว่าหลังคาอะคริลิกหรือไฟเบอร์กลาส เพราะ มีความเหนียวมากกว่า
  • ในการเปลี่ยนสามารถหาอันใหม่มาเปลี่ยนทดแทนได้ทันทีไม่ต้องรอพรีออเดอร์เป็นระยะเวลานาน

ข้อเสีย

  • ราคาสูงเมื่อเทียบกับหลังคาประเภทอื่นๆ (ราคาโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 100-3500 บาท/ตารางเมตร) และ
  • หลังคาประเภทนี้ถ้าโดนแดดกับฝนสลับกันไปมาเป็นประจำก็จะทำให้อายุการใช้งานสั้นลงไวยิ่งขึ้น (อายุการใช้งานโดยทั่วไปจะอยู่ที่ 5 ปี)

ดังนั้น หากใครก็ตามที่กำลังมองหาหลังคาดี ๆ เพื่อการต่อเติมหรือทำบ้านสไตล์โมเดิร์น สวยหรู ดูดี และตัวคุณเองก็มีกำลังทรัพย์ตอบสนองความต้องการได้ หลังคาประเภทนี้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว